หน้าฝน เจาะสำรวจดิน ได้ไหม หรือควรรอหน้าแล้ง คำตอบที่คนสร้างบ้านต้องรู้
เข้าสู่ฤดูฝนทีไร แผนงานก่อสร้างหลายอย่างมักต้องชะลอตัวลงเพราะอุปสรรคจากฟ้าฝน ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนเกิดความกังวลว่า ถ้าวางแผนจะเริ่มสร้างบ้านช่วงนี้ ขั้นตอนสำคัญอย่าง เจาะสำรวจดิน จะทำได้หรือไม่ หรือควรรอให้หมดฝนไปก่อนถึงจะดีที่สุด ความเชื่อเดิมที่ว่าหน้าฝนไม่เหมาะกับงานดินอาจใช้ไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะกับงานสำรวจทางวิศวกรรม
ความจริงแล้ว ช่วงหน้าฝน จัดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการตรวจสอบสภาพดิน เพราะจะได้เห็นข้อมูลสำคัญบางอย่างที่หน้าแล้งบอกไม่ได้ มาดูเหตุผลกันว่าทำไมไม่ต้องรอให้ฟ้าเปิด ก็เริ่มงานทดสอบดิน ได้ทันที
เครื่องมือ เจาะสำรวจดิน สู้งานได้ทุกสภาพอากาศ
อุปกรณ์สำหรับ เจาะสำรวจดิน ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเจาะขนาดใหญ่ หรือชุดเจาะสามขา (Tripod) ทีมงานมืออาชีพสามารถกางเต็นท์คลุมพื้นที่ทำงานเพื่อกันฝน และเดินหน้าเก็บตัวอย่างดินต่อได้โดยไม่มีปัญหา ยกเว้นกรณีพายุเข้าหนักหรือฟ้าผ่ารุนแรงถึงจะหยุดพักชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
ดังนั้นหากกังวลว่าฝนจะทำให้เครื่องมือพัง หรือได้ตัวอย่างดินที่เปียกเกินจริงจนผลคลาดเคลื่อน สบายใจได้เลย เพราะตัวอย่างดินที่เก็บได้จากชั้นลึก ๆ นั้นมีความชื้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ฝนที่ตกลงมาเปียกแค่ผิวดินด้านบน ไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพตัวอย่างดินที่อยู่ลึกลงไป
ข้อได้เปรียบของการ ทดสอบดิน ช่วงหน้าฝน
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้วิศวกรโยธาหลายคนชอบข้อมูลจากการ เจาะสำรวจดิน ในหน้าฝน คือเรื่องของ ระดับน้ำใต้ดิน ช่วงนี้ระดับน้ำใต้ดินจะขึ้นสูงสุดในรอบปี ซึ่งถือเป็นข้อมูล Worst Case Scenario หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่ฐานรากต้องเจอ
- ออกแบบได้ปลอดภัยกว่า เมื่อรู้วา ระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ไหน วิศวกรจะคำนวณแรงดันน้ำที่กระทำต่อโครงสร้างใต้ดินได้แม่นยำ ไม่ต้องเผื่อค่าความปลอดภัยไว้เยอะเกินจำเป็น
- วางแผนระบบระบายน้ำได้ตรงจุด เห็นปัญหาน้ำท่วมขังหรือจุดที่น้ำระบายไม่ทันชัดเจน ช่วยให้วางแผนทำท่อระบายน้ำ หรือบ่อพักได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง
- ลดความเสี่ยงดินสไลด์ ความชื้นในดินที่สูงช่วยให้เห็นแนวโน้มความอ่อนตัวของดินริมตลิ่งได้ชัดเจนกว่าหน้าแล้ง นำไปสู่การเลือกวิธีป้องกันดินพังที่ถูกต้อง
ความเข้าใจผิดเรื่องผล ทดสอบดิน จะเพี้ยนเพราะฝน
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตคือ ถ้าดินเปียกฝน ค่าความแข็งแรงของดินที่ได้จากการ ทดสอบดิน จะลดน้อยลงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ คำตอบที่ได้ก็ยังมีส่วนจริงอยู่บ้างสำหรับดินชั้นบนสุดที่โดนน้ำฝนชะล้างโดยตรง แต่สำหรับชั้นดินลึกที่ปลายเสาเข็มจะไปวางอยู่นั้น สภาพดินแทบไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศรายวัน ในทางกลับกัน หากได้ค่าความแข็งแรงของดินในช่วงที่ดินอุ้มน้ำมากที่สุด (หน้าฝน) แล้วนำไปออกแบบฐานราก โครงสร้างนั้นจะยิ่งมีความปลอดภัยสูงขึ้น เพราะถือว่าผ่านเกณฑ์การรับน้ำหนักในช่วงที่ดินอ่อนแอที่สุดมาได้แล้ว เมื่อถึงหน้าแล้งที่ดินแห้งและแข็งขึ้น ฐานรากก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก
เตรียมตัวอย่างไรถ้าต้อง เจาะสำรวจดิน ตอนฝนตก
หากตัดสินใจลุยงานช่วงนี้ สิ่งที่เจ้าของที่ดินควรเตรียมตัวมีเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ทีมงานเข้าทำหน้าที่ได้อย่างราบรื่น
- เตรียมพื้นที่ให้รถเข้าถึง หากทางเข้าเป็นดินโคลน อาจต้องหาแผ่นเหล็กหรือไม้กระดานมาปูรองทาง เพื่อให้รถขนเครื่องมือ เจาะสำรวจดิน เข้าไปถึงจุดเจาะได้โดยไม่ติดหล่ม
- เคลียร์วัชพืชที่รกทึบ หน้าฝนหญ้าขึ้นไว ควรตัดหญ้าหรือถางพื้นที่ให้โล่ง เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน และป้องกันสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมา
- จุดพักสำหรับทีมงาน หากมีเพิงพักหรือร่มไม้ใหญ่ให้ทีมงานได้หลบฝนช่วงที่ตกหนัก จะช่วยให้งานเดินหน้าได้ต่อเนื่องและรวดเร็วขึ้น
สรุปแล้วหน้าฝน ทดสอบดิน ได้ไหม
คำตอบ คือ ทำได้แน่นอน และเป็นผลดีกับเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ เพราะจะได้ข้อมูล เจาะสำรวจดิน ที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงในจุดที่วิกฤตที่สุด ช่วยให้วิศวกรโยธาออกแบบบ้านได้แข็งแกร่ง ทนทานต่อน้ำและความชื้นได้จริง
อย่าปล่อยให้ฤดูฝนเป็นข้ออ้างในการชะลอความฝันเรื่องบ้าน บริษัท เดนิช ซอยล์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด พร้อมลุยทุกหน้างาน ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก หรือพื้นที่ยากลำบากแค่ไหน ทีมงานพร้อมให้บริการ เจาะสำรวจดิน และ ทดสอบดิน ด้วยมาตรฐานวิศวกรรม เพื่อให้รากฐานบ้านของคุณมั่นคงที่สุดในทุกฤดูกาล
สนใจปรึกษาวางแผนงานดิน หรือนัดหมายคิวสำรวจล่วงหน้า ติดต่อ บริษัท เดนิช ซอยล์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด






