ABOUT SOIL
|
| วิธีการเลือกใช้ฐานราก แบบฐานรากแผ่หรือแบบเสาเข็ม |
| เขียนโดย สุระพงศ์ on วันเสาร์, มีนาคม 21, 2009 |
| สมมุติว่าเราจะก่อสร้างอาคารสักหลังหนึ่ง และเราจะเลือกฐานรากแบบไหนดี ความลึกของ |
| ฐานราก หรือความลึกของเสาเข็มจะลึกเท่าไร ส่วนตัวผมจะทำอย่างนี้ครับ |
| ถ้าไม่ใช่กรุงเทพ อันดับแรกผมจะถามข้อมูลดินจากที่ข้างเคียงก่อน หรือบริษัทเสาเข็มเจ้าถิ่นครับ |
| ว่าเขาทำฐานรากอย่างไร ความลึกเท่าไรเป็นข้อมูลในใจ แล้วคำนวนออกแบบโครงสร้างตามปรกติ ผมจะทราบน้ำหนักของอาคารที่ลงในฐานรากแต่ละฐานครับว่ามีน้ำนักกดลงไปเท่าไร ทีนี้ก็มาดูข้อมูลดิน ว่าเป็นอย่างไร ถ้ารู้ข้อมูลดินมาว่าแถวนั้น ตอกเข็มไม่ลง และต้องเป็นฐานแผ่แน่ ๆ ผมก็จะระบุไว้ในแบบ เพื่อความปลอดภัยว่า |
|
"ผู้รับเหมาจะต้องเจาะสำรวจดิน หรือทำการทดสอบการรับน้ำหนักของดินก่อนทำการ ก่อสร้าง" |
| การตรวจสอบส่วนใหญ่ จะมี 2 วิธีคือ การทำ Boring Log และการทำ plate baring Test |
| (รายละเอียดค่อยว่ากันนะ คร่าวๆคืออันแรกเป็นการตวจสอบชั้นดิน อีกอันเป็นการทดสอบการรับน้ำหนักของชั้นดินครับ) แล้วก็ออกแบบฐานรากแผ่ ว่าควรจะใหญ่ขนาดไหน โดยการสมมุติ การรับน้ำหนักของดิน เรียกว่าเดาอย่างมีหลักการครับว่า |
| 1. ภาคกลาง, ภาคเหนือ, อีสาน ใช้ 8 ตันต่อตารางเมตร | |
| 2. ภาคตะวันออก ชลบุรี, ระยอง ภาคใต้ ใช้ 10 ตันต่อตารางเมตร | |
| 3. โซนใกล้ ภูเขา มองเห็นภูเขา ใกล้ทะเล ใช้ 12 ตันต่อตารางเมตร | |
| 4. กรุงเทพ หรือดินอ่อน ที่อยากจะใช้ฐานแผ่ใช้ 2 ตันต่อตารางเมตร |
| คร่าว ๆ การออกแบบนะครับ ว่าขนาดฐานรากจะเป็นเท่าไรคือ น้ำหนักของอาคารที่ลงเสาเข็ม ลบ |
| กับการรับน้ำหนักของดินคูณกับพื้นที่ของฐานรากที่สัมผัสดิน |
| ตัวอย่างเช่น ภาคกลาง ใช้ ฐานราก 1x2 เมตร (ยังไม่พูดถึงความหนานะ) จะรับน้ำหนักอาคารได้ |
| 16 ตันครับ (8x1x2=16) ทีนี้พอถึงเวลาการก่อสร้างจริง หน้าที่ของผู้รับเหมาก็จะต้องไปตรวจสอบสอบพื้นที่จริงครับว่าชั้นดินแข็งที่ว่า รับน้ำหนักได้ 8 ตัน 10 ตันอยู่ตรงไหน ลึกไปจากผิวดินอยู่เท่าไรส่วนมากอย่างน้อย ๆ ควรจะลึกลงไปไม่ต่ำกว่า 1.00 เมตร โดยไม่รวมดินถมนะครับ ถ้ามีดินถมก็ต้องจากระดับดินถมลงไป เพราะดินถมรับน้ำหนักไม่พอ |
| วิธีสังเกตุ ตอนคนงานขุด หรือแมคโคจ้วงลงไป คือลักษณะดินจะเป็นชั้น ๆ มีสีต่าง ๆ กันและมี |
| ลักษณะดิน ไม่เหมือนกัน ตอนขุดลงไป คอยสังเกตุครับดินที่รับงน้ำหนักได้ดีควร จะเป็นดินแข็ง, ลูกรัง, ทราย หรือ ดินปนทราย, ถ้าเป็นดินเหนียว หรือดินปลูกต้นไม้ยังใช้ไม่ได้ ใหุ้ขุดลงไปอีก แต่ชั้นดินที่แข็งมันก็ยังเป็นชั้น ๆ อีกครับ ถ้าทะลุชั้นดินแข็งลงไปอาจจะกลายเป็นดินอ่อนอีกรอบก็ได้ไม่แน่ |
| เพื่อนๆ อาจเคยเห็น อาคารบางอาคาร ที่อยู่ในบริเวณที่ไม่น่าจะต้องตอกเข็ม เช่นชายทะเล เชิงเขา |
| แต่ก็ยังตอกเข็มอีก เป็นเพราะอะไร |
| ตอบคือ น้ำหนักของอาคารที่ลงในแต่ละเสาเข็มมันมากเกินกว่าที่จะทำฐานแผ่นั่นเองครับ ดินมัน |
| รับไม่ไหว ถ้าจะทำฐานแผ่ ฐานอาจต้องใหญ่มาก ๆ วิศวกรเลยจำเป็นต้องออกแบบให้ตอกเข็ม ทั้ง ๆ ที่ตอกยาก |
| ฝากนิดนึงครับ สำหรับท่านผู้ออกแบบทั้งหลาย ว่าการออกแบบอาคารที่มี span ยาว ๆ หรือการ |
| ออกแบบเสา คานที่ไม่ตรง grid line เยื้องไปเยื้องมาที่ท่านชอบนั้น จะทำให้อาคารนั้นมีน้ำหนักลงไปฐานรากมากกว่าปรกติ และก็เปลืองกว่าด้วยครับ |
| บางทีดินอาจรับไม่ไหวก็ได้ครับ ถ้าสามารถเลือกได้ควรออกแบบให้เป็น กริดๆ ตารางๆ และก็ |
| span เสาไม่ยาวเกินไปครับ เรื่องนี้ผมเถียงกับสถาปนิกที่เป็นเพื่อนกันมานานมาก แบบว่าจะเอาถูกๆ แต่เล่นออกแบบยึกยักๆ กริดไลน์เยอะมาก span ก็ห่าง ๆ พอเห็นขนาด กับจำนวนเสาเข็มก็โวย แต่ก็อย่างว่า ถือไปมันก็น่าเกลียดใช่ป่าว |
| ที่มา : my-construction-knowledge.blogspot.com |